ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีไหว้สาพระเจ้าแสนแซ่ 2559 ประเพณีจังหวัดแพร่

ประเพณีไหว้สาพระเจ้าแสนแซ่ 2559 ประเพณีจังหวัดแพร่ ททท.สำนักงานแพร่ ขอเชิญเที่ยวงาน “ประเพณีไหว้สาพระเจ้าแสนแซ่ ประจำปี 2559” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่  ได้กำหนดจัดกิจกรรมงานประเพณี “ไหว้สาพระเจ้าแสนแซ่ ประจำปี 2559” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในปีนี้จัดระหว่างวันที่ 25 – 27 มีนาคม 2559 ณ วัดเด่นชัย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเด่นชัยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น พระเจ้าแสนแซ่ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่หล่อด้วยทองสำริด ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอเด่นชัย

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีนมัสการสรงน้ำพระธาตุดอยตุง 2559 จังหวัดเชียงราย เริ่มขึ้นแล้ว

ประเพณีนมัสการสรงน้ำพระธาตุดอยตุง 2559 ประเพณีจังหวัดเชียงราย ในวันที่ 21 มีนาคม ชาวจังหวัดเชียงราย ทั้งภาคส่วนราชการ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ตลอดจนกลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่าต่างพร้อมใจกันสวมชุดขาวและชุดประจำเผ่า ร่วมกันจัดงานประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุงประจำปี 2559 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยปีนี้ได้จัดใหมีขบวนแห่รัตนสัตตนัง ด้วยขบวนเครื่องสักากระบูชาขบวนช้าวและขบวนม่า ขบวนกลุ่มชาติพันธุ์ 18 ชาติพันธุ์ และขบวนถือตุงที่มีความยาว 32 เมตรเพื่อย้อนรับตำนานตุงตามชื่อของดอยตุงในอดีต โดยเริ่มเดินขบวนการตั้งแต่โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ใหม่ ไปถึงบริเวณวัดศาลาเชิงดอย หมู่ที่6 ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย ก่อนจะมีเดินสู่พระธาตุดอยตุงตามกิจกรรมเดินจารึกแสวงบุญ เตียวขึ้นดอย

ประเพณีน่ารู้

ประเพณีมนัสการพระธาตุช่อแฮ 2559 ประเพณีจังหวัดแพร่

จัดยิ่งใหญ่! ประเพณีมนัสการพระธาตุช่อแฮ 2559 ประเพณีจังหวัดแพร่ 2559 “วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล พระธาตุช่อแฮ หมายถึง เจดีย์บรรจุพระบรม สารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี บุคคลใดที่มาเที่ยวจังหวัดแพร่แล้วจะต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเอง

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณียี่เป็ง ประวัติความเป็นมา ประเพณียี่เป็ง ภาคเหนือ

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ประเพณียี่เป็ง ประเพณีลอยกระทงของชาวล้านนาที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน โดยในปัจจุบันประเพณียี่เป็งยังคงเป็นประเพณีที่มีการสืบทอดและจัดขึ้นในช่วงวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประวัติวันเข้าพรรษา ประเพณีเข้าพรรษา

ประวัติวันเข้าพรรษานั้นเริ่มต้นจากเมื่อสมัยพุทธกาลโดยพระพุทธเจ้าเป็นผู้กำหนดขึ้นเนื่องจากมีผู้มาเรียกเรียนว่า พระภิกษุสงฆ์เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยไม่หยุดหย่อนเลยแม้กระทั่งหน้าฝนที่ฝนตกหนัก และน้ำหลาก การเดินทางลำบาก กระทั้งบางครั้งพระสงฆ์เหล่านั้นยังเดินไปเหยียบย่ำพืชผัก หรือผลผลิตที่กำลังเติบโต และกำลังผลิดอกออกผล ได้รับความเสียหาย ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้กำหนดให้ฤดูฝนเป็นฤดูสำหรับการหยุดพักการเดินทางไปเผยแผ่ศาสนาของพระสงฆ์โดยกำหนดให้ตั้งแต่วันแรม 1ค่ำเดือน 8 เป็นวันเข้าพรรษา จนถึงวันขึ้น 15ค่ำเดือน 11และ เป็นวันออกพรรษา เพื่อพระสงฆ์จะได้หยุดพักจากการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และได้ปฏิบัติและศึกษาพระธรรมเพิ่มเติม และสั่งสอนลูกศิษย์หรือพระใหม่ที่เพิ่งบวชได้ร่ำเรียนธรรมะอย่างเต็มที่ โดยให้พระสงฆ์อยู่ประจำที่ไม่ไปจำวัดที่อื่นตลอดระยะเวลา 3เดือนที่เข้าพรรษานั้นแม้แต่คืนเดียว หากพระสงฆ์ไม่สามารถกลับมาทันก่อนรุ่งสางถือว่าภิกษุนั้นขาดพรรษา แต่มีข้อยกเว้นหากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถกลับมาได้ทัน แต่ต้องกลับมาภายใน 7วัน นั้นคือ ไปรักษาภิกษุหรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย ไปห้ามไม่ให้ภิกษุสงฆ์นั้นสึกออกจาการเป็นพระสงฆ์ ไปเพื่อธุระของคณะสงฆ์ เช่น

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง จังหวัดแพร่

ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ  เมืองแพร่แห่ตุงหลวง  จังหวัดแพร่           “ย้อนอดีตเก่าแก่  เมืองแพร่เมืองงาม  เล่าขานตำนานช่อแพร่ช่อแฮแหล่งประดิษฐานพระเกศาธาตุ  พระบรมสารีริกธาตุ  พระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า  เมื่อถึงวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๔ ใต้ เดือน ๖ เหนือ  พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลไหว้พระธาตุช่อแฮ  เมืองแพร่  แห่ตุงหลวง  ถวายแด่องค์พระธาตุสืบมา” ตำนานเก่าแก่แห่งเมืองมนต์ขลังเล่าว่า  อดีตกาล  พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงดอยโกสิยธชัคคะบรรพตและได้มอบพระเกศาธาตุให้ขุนลั๊วอ้ายก้อมไปบรรจุในผอบแก้วแล้วนำไปไว้ในถ้ำด้านตะวันออกของดอยที่ประทับ  ซึ่งผ้าแพรที่ขุนลั๊วอ้ายก้อมนำมารองรับพระเกศาธาตุนั้นเรียกว่า “ผ้าแฮ”  นิยมนำผ้าแฮ หรือผ้าแพรมาประดิษฐ์เป็นช่อ  หรือธง 

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

ประเพณีลอยกระทง  เผาเทียนเล่นไฟ  จังหวัดสุโขทัย           – “พระราชพิธีจองเปรียง  แห่งเมืองสุโขทัย  เผาเทียน  เล่นไฟ  พลุ  ตะไล  ไฟพะเนียง  โคมลอยรูปดอกกระมุท  ที่สุดของโคม  แห่นางนพมาศ  บูชาพระพุทธมหานัมมทาน  วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒  ประชาราษฎร์กล่าวขาน  ลอยกระทง  เผาเทียน  เล่นไฟ  ร่วมแรงศรัทธาเผาเทียนบูชาพระรัตนตรัย 

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีอัฐมีบูชา

“หนึ่งเดียวใน น้อมรำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมถ่ายทอดพุทธประวัติจากความร่วมมือของชาวทุ่งยั้งในงาน ประเพณีอัฐมีบูชา พิธีกรรมในการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ พระธรรมคำสอน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติสืบไป” เรื่องราวที่เล่าขานประเพณีไทย กล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา พุทธประวัติขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ถูกถ่ายทอดผ่านพิธีกรรมที่ชาวทุ่งยั้งได้ร่วมกันปฏิบัติ เพื่อระลึกถึงการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้ ปริศนาธรรม หลักคำสอน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า องค์พระเมรุตกแต่งประดับลวดลายวิจิตร จากช่างฝีมือท้องถิ่น ภายในประดิษฐานสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอิริยาบถไสยาสน์ เข้าสู่วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (วันวิสาขบูชา) มีการตั้งพระบรมศพฯ

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย

ประเพณีสรงน้ำ พระบรมธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน “พระบรมธาตุหริภุญชัย หนึ่งในแปดแห่งจอมเจดีย์ ปูชนียสถานสำคัญ เมื่อครบรอบปีเวียนมาถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือ วันวิสาขบูชา ชาวเหนือเรียกขานตรงกันว่า วันแปดเป็ง พุทธศาสนิกชนใกล้ ไกล หลั่งไหลร่วมงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย สักการบูชาพระบรมธาตุฯ สืบไป” พระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นเจดีย์องค์เก่าแก่องค์หนึ่งในล้านนา ตามประวัติเล่าว่า พระเจ้าอาทิตยราช กษัตรย์วงศ์รามัญผู้ครองนครลำพูนได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๔๔๐ นับจนถึงปัจจุบันก็มีอายุกว่า ๑๐๐๐ ปี

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีเวียนเทียนกลางน้ำ

ประเพณีเวียนเทียนกลางน้ำ วัดติโลกอาราม จังหวัดพะเยา “ใจกลางกว๊านพะเยา ซากโบราณสถาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดติโลกอาราม ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช แห่งอาณาจักรล้านนา ได้ปรากฏเค้าโครงแห่งการบูรณะ และก่อร่างรูปแบบประเพณีปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน ในประเพณีเวียนเทียนกลางน้ำ ทุกวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา” วัดติโลกอาราม เป็นโบราณสถานแห่งหนึ่งที่จมอยู่ในกว๊านพะเยา เป็นวัดที่พระเจ้าติโลกราชแห่งราชอาณาจักรล้านนา โปรดให้พระยายุทธิษถิระ เจ้าเมืองพะเยา สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. ๒๐๑๙ – ๒๐๒๙ ในบริเวณที่เรียกว่า บวกสี่แจ้ง วัดแห่งนี้เป็นชื่อวัดที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึก ซึ่งถูกค้นพบได้ในวัดร้างกลางกว๊านพะเยา หรือในบริเวณหนองเต่า จากข้อความที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึก ทำให้รู้ว่าวัดนี้มีอายุเก่าแก่มากกว่า ๕๐๐

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีแข่งเรือยาว

:ประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน “ความสง่างาม และน่าเกรงขามของหัวเรือพญานาค คือเอกลักษณ์ของเรือยาวจังหวัดน่าน ทีมฝีพายจากทั่วทุกสารทิศต่างช่วงชิงความเป็นหนึ่ง เจ้าเรือพายแห่งสายน้ำน่าน เสียงเชียร์ดังสนั่นท้องน้ำ เสียงนกหวีดบอกสัญญาณ เสียงทุ้มต่ำของกลองเร่งเร้าจังหวะ สร้างความเร้าใจได้ตลอดการแข่งขัน” สายน้ำน่าน บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือช่วงฤดูน้ำหลาก เรือพายหัวพญานาคเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครแห่งเมืองน่านหลายสิบลำจากทั่วทุกคุ้มวัดต่างมาพร้อมกันเพื่อชิงชัยเจ้าแห่งสายน้ำน่าน ในงานบุญใหญ่ทอดถวายกฐินพระราชทานที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ที่มาของประเพณีเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ เมื่อเจ้าผู้ครองนครน่านองค์หนึ่ง ระดมสล่านับร้อยลำใหญ่ ๒ ลำ ใช้เวลาสร้างกว่า ๒ ปี เสร็จแล้วมีพิธีบวงสรวงเทพยดาประจำไม้ตะเคียน และบายศรีสู่ขวัญอันเชิญเรือทั้งสองลำลงสู่แม่น้ำน่าน โดยตั้งชื่อเรือลำแรกว่า “เรือท้ายหล้า” และเรืออีกลำชื่อว่า “เรือท้ายทอง” ต่อมาจึงประกาศให้ชาวบ้านใช้เรือทั้งสองลำเป็นแม่แบบในการสร้างเรือ เพื่อนำมาแข่งขัน

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีลอยไหลประทีปพันดวง

ประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีปพันดวง จังหวัดตาก “ลอยกระทงสาย ประเพณีไทยที่เกิดจากความร่วมมือ และความสามัคคีของคนในชุมชน ตระเตรียมแพผ้าป่า และกระทงสายพร้อมสรรพ จับสลากว่าใครจะลอยก่อนหลัง เมื่อทุกขั้นตอนพร้อมเรียบร้อย คนหนึ่งนำขี้ไต้ใส่กะลา อีกคนจุดไฟ อีกหนึ่งค่อยๆ กะจังหวะปล่อยเป็นสายไหลเรียงไปตามกระแสน้ำ” การหลอมรวมหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน ศิลปวัฒนธรรม ทั้ง ๓ สิ่งได้ทำให้เกิดงานประเพณีลอยกระทงที่แตกต่างด้วยรูปแบบ อันมาพร้อมรายละเอียดแห่งความงดงาม จุดเริ่มต้นที่ชาวบ้านนำวัตถุดิบในท้องถิ่น คือ กะลามะพร้าวที่ผ่านการขูดเนื้อไปทำเมี่ยง ของว่างที่คนจังหวัดตากมักจะรับประทานหลังอาหาร เหลือเจ้ากะลาที่วางทิ้งไว้ก็ดูไร้ประโยชน์ ลองนำมาทำเป็นกระทง ตรงกลางใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็นรูปตีนกา แล้วนำเทียนขี้ผึ้งที่พระสงฆ์ใช้ช่วงจำพรรษา มาหล่อใส่ในกะลา

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีนบพระเล่นเพลง

ประเพณีนบพระ เล่นเพลง ในแผ่นดินพระเจ้าลิไท นบพระ เล่นเพลงในแผ่นดินพระเจ้าลิไท ริ้วขบวนยาตราสู่วัดพระบรมธาตุ นครชุม น้อมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ สืบทอดประเพณีเก่าแก่นับแต่ครั้งสมัยสุโขทัย งานมหรสพ การละเล่น โลดแล่นอยู่ท่ามกลางร่องรอยแห่งความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมครั้งอดีตที่ชวนหลงใหล ครั้งสมัยพญาลิไท พระองค์ได้ทรงอันเชิญพระบรมสาริกธาตุจากลังกามาบรรจุไว้ที่พระเจดีย์ ณ วัดพระบรมธาตุ ซึ่งเจ้าผู้ครองนครต้องเดินทางไปนมัสการพระธาตุเป็นประจำทุกปี กระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2526 จังหวัดกำแพงเพชรได้จัดงานประเพณีนบพระเล่นเพลงขึ้น เพื่อถ่ายทอดภาพความงดงามของวัฒนธรรมประเพณีที่สูญหาย นำกลับมาปฏิบัติและร่วมสร้างความภูมิใจของท้องถิ่นต่อไป กระบวนพยุหยาตราสถลมารคของพระมหากษัตริย์ถูกจำลองขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู้การนบพระ และประกอบพิธีเวียนเทียนที่พระบรมธาตุเจดีย์ ท่ามกลางเสียงอึกทึกคึกโครมของการละเล่น การเล่นเพลง ด้วยภาพบรรยากาศของการจำลองหมู่บ้านวัฒนธรรม ถ่ายทอดรูปแบบการดำเนินชีวิตดั้งเดิม

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีทานข้าวหลามและข้าวจี่

ประเพณีทานข้าวหลามและข้าวจี่เป็นประเพณีที่กระทำหลังจากที่ชาวนาได้เสร็จ สิ้นภารกิจจากไร่นาแล้ว หรือในช่วงเดือน ๔ เหนือ โดยนำข้าวใหม่ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวมาทำข้าวหลาม ข้าวจี่ (ข้าวเหนียวปิ้ง) ข้าวเม่า ข้าวต้ม เป็นต้น และนำไปถวายพระสงฆ์ เรียกว่า “พิธีทานเข้าใหม่หรือทานข้าวใหม่” อีกทั้งยังถือโอกาสทำทานขันข้าวไปพร้อมๆ กันเลย การทำทานขันข้าวคือ การทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เมื่อถึงวันทำพิธีชาวบ้านก็จะนำข้าวหลาม ข้าวจี่ อาหารคาวหวาน เมี่ยง บุหรี่ ข้าวตอกดอกไม้ไปถวายพระสงฆ์ที่วัด

ประเพณีไทยภาคอีสาน

ประเพณีทอดกฐิน

ประเพณีทอดกฐินจะทำในช่วงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน เกี๋ยงเหนือหรือเดือนตุลาคม ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่เหนือ หรือเดือนพฤศจิกายน สมัยโบราณชาวล้านนาไม่นิยมทอดกฐินเนื่องจากว่าจะต้องใช้ปัจจัย (เงิน) ค่อนข้างมาก ผู้ที่จะถวายกฐินได้จะต้องมีฐานะดีและมีความตั้งใจจริง

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน

จังหวัดน่านเดิมชื่อจังหวัดนันทบุรีหรือวรนคร อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ ๖๖๘ กิโลเมมตร เป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทยเป็นเมืองชายแดนแห่งล้านนาตะวันออก มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสงบสุข ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แม่น้ำที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่ล่อเลี้ยงทุกชีวิตของชาวน่านให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง คือแม่น้ำน่าน ซึ่งต้นกำเนิดจากดอยขุนน้ำน่าน อำเภอบ่อเกลือ เสน่ห์ของจังหวัดน่าน มีภูมิประเทศที่สวยงาม งานประเพณีขึ้นชื่อลือชาโด่งดังทั่วภาคเหนือตอนบน คือประเพณีแข่งเรือในลำแม่น้ำน่าน ซึ้งสืบทอดต่อกันมา จัดขึ้นในช่วง ตุลาคม-พฤจิกายน ของทุกปี การแข่งขันเรือนอกจากแข่งขันเพื่อความสนุก ออกกำลังกาย ยังทำให้แต่ละหมูบ้านมีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เมื่อถึงเทศกาลแข่งเรือ ชาวบ้านแต่ละหมูบ้านที่มีเรือเข้าแข่งขันจะร่วมมือร่วมใจกัน พ่อบ้าน หนุ่มๆ เป็นฝีฟาย (ลูกเรือ)

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีสงกรานต์ล้านนา

ประเพณีสงกรานต์ ชาวล้านนาจะเรียกว่า “ปเวณีปีใหม่ หรือ ปาเวณีปีใหม่” อ่านว่า ป๋า-เว-นี-ปี๋-ใหม่ เทศกาลสงกรานต์ตามปฏิทินโหราศาสตร์ของชาวล้านนาเดิมนั้น จะถือเอาวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษเป็นวันมหาสงกรานต์ หรือวันสังกรานต์ล่อง (อ่านว่า สังขานล่อง) ซึ่งจะไม่ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน ตามประกาศของทางราชการ แต่ปัจจุบันจะยึดตามประกาศของทางราชการซึ่งมักจะตรงกับเดือน ๗ เหนือ หรือเดือนเมษายน ประเพณีสงกรานต์จะจัดขึ้นอย่างน้อย ๓-๕ วัน คือ “วันแรก วันสงกรานต์ล่อง เป็นวันที่พระอาทิตย์โคจรไปสุดราศีมีนและย่างเข้าสู่ราศีเมษ ชาวล้านนามีความเชื่อว่า ในตอนเช้ามืดจะมีปู่สังกรานต์หรือย่าสังกรานต์สวมใส่เสื้อผ้าสีแดง ล่องแพไปตามลำน้ำ

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีปอยลูกแก้ว

ประเพณีปอยลูกแก้วหรือปอยน้อย คือ ประเพณีบวชเณรของเด็กในภาคเหนือ ซึ่งจะกระทำในช่วงเดือน ๕-๘ เหนือ คือประมาณเดือน กุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม “เมื่อกำหนดวันบวชที่แน่นอนแล้ว พ่อแม่ก็จะจัดหาเครื่องอัฐบริขาร ส่วนผู่ที่จะบวชก็จะไปเป็นลูกศิษย์วัด หรือภาษาพื้นเมืองเรียกว่า “ขะโยมวัด” และระหว่างที่เป็นขะโยมวัดนั้นจะต้องฝึกท่องคำขอบวชเป็นภาษาพื้นเมืองให้ได้” ก่อนถึงวันงานจะมีการ “แอ่วผ้าอุ้ม” คือ การนำเครื่องใช้ของสงฆ์ใส่พานและมีคนอุ้ม แล้วแห่ไปรอบๆ หมู่บ้าน เพื่อเป็นการประกาศ ให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่าจะมีงานบุญเกิดขึ้น “พอถึงวันงานทุกคนจะไปพร้อมกันที่วัดผู้ที่จะบวชจะแต่งตัวเหมือนเจ้าชายสิทธัตถะก่อนออกบวช ใส่เครื่องทรงที่สวยงาม เรียกว่า “ลูกแก้ว” จากนั้นลูกแก้วจะขี่คอชายหนุ่มที่แข็งแรง เพื่อแห่ลูกแก้วไปรอบๆ หมู่บ้าน แต่อาจใช้ม้าหรือช้างเป็นยานพาหนะก็ได้

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีทานหลัวผิงไฟ

ประเพณีทานหลัวผิงไฟพระเจ้า คือ ประเพณีการถวายฟืนแก่พระสงฆ์เพื่อใช้จุดไฟในช่วงฤดูหนาว จะกระทำในเดือน ๔ เหนือ หรือตรงกับเดือนมกราคม พิธีกรรมของประเพณีนี้จะเริ่มโดยชาวบ้านจะช่วยกันหาไม้ฟืน จากนั้นก็ถากเปลือกไม้ออกและตัดไม้ออกเป็นท่อนๆ นำท่อนไม้ที่ตัดไว้ มามัดรวมกัน แล้วก็นำข้าวตอกดอกไม้ สำรับอาหารคาวหวาน และฟืน ๑ มัด นำไปถวายพระสงฆ์ และพระสงฆ์จะนำฟืนไปถวายพระพุทธรูป องค์ประธาน ในวันรุ่งขึ้นประมาณตี ๔-๕ เจ้าอาวาสจะจุดไฟ โดยใช้ฟืนที่ชาวบ้านนำมาถวาย และตีฆ้องบอกให้ชาวบ้านรับรู้เพื่อร่วมอนุโมทนาบุญ เป็นประเพณีไทยที่เราควรอนุรักษณ์ไว้

ประเพณีไทยภาคเหนือ

ประเพณีอู้สาว

คำว่า “อู้” เป็นภาษาไทยภาคเหนือแปลว่า “พุดกัน คุยกัน สนทนากัน สนทนากัน” ดังนั้น “อู้สาว” ก็คือ พูดกับสาว คุยกับสาว หรือแอ่วสาวการอู้สาวเป็นการพดคุยกันเป็นทำนองหรือเป็นกวีโวหาร การอู้สาวหรือแอ้วสาวจะทำตอนกลางคืนโดยชายหนุ่ม (หรือชายไม่หนุ่มก็ได้) จะไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มๆ และพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเพื่อไป “เซาะอู้” (คือการไปคุยกับสาวๆ ตอน กลางคืนช่วงว่างงาน) ชายหนุ่ม หรือทางเหนือเรียกว่า “บ่าว” แต่ถ้าเป็นหนุ่มน้อย (หมายถึง ผู้ชายที่มีความเป็นหนุ่มเหลือน้อยแล้ว) หรือผู้ชายที่มีอายุมากหน่อยจะเรียกว่า “บ่าวเจื้อ” โดยบ่าวเหล่านั้นจะอู้กับสาวโสดเท่านั้น